การเลี้ยงปลาดุก
คุณขันทอง จันเดียว สมาชิกกลุ่มวิสาหกิจชุมชนป่าซางกิจการฟาร์มปลาดุก 2005 ตั้งอยู่เลขที่ 21 หมู่ 4 บ้านป่าซาง ตำบลป่าซาง อ.เวียงเชียงรุ้ง จ.เชียงราย เลี้ยงปลามานานกว่า 6 ปี พื้นที่ทำการเกษตรทั้งหมด 20 ไร่ แบ่งเป็นนาข้าวจำนวน 17 ไร่ มีบ่อปลาจำนวน 3 ไร่ แบ่งออกเป็น 2 บ่อ บ่อแรกเลี้ยงปลาดุก ส่วนบ่อที่ สอง เลี้ยงปลาสวาย
.jpg)
คุณขันทองได้แบ่งปันความรู้เกี่ยวกับเรื่องการเลี้ยงปลาดุก ซึ่งการเลี้ยงปลาดุกในบ่อดินจะต้องเตรียมตามหลักการเตรียมบ่อดินเลี้ยงปลาทั่วๆไป ดังนี้
-เริ่มต้นจากการตากบ่อ จะต้องตากบ่อให้แห้ง ปรับสภาพพื้นบ่อให้สะอาด
-ใส่ปูนขาว เพื่อปรับสภาพของดินโดยใส่ปูนขาวหรือโดโลไมท์ในอัตราส่วน 60-100 กิโลกรัมต่อไร่
-ใส่ปุ๋ยคอก ใช้ขี้วัวหรือขี้ไก่ก็ได้ เพื่อให้เกิดไรแดง อาหารตามธรรมชาติสำหรับลูกปลาในอัตราประมาณ 40-80 กิโลกรัมต่อ 1 ไร่
-เริ่มต้นจากการตากบ่อ จะต้องตากบ่อให้แห้ง ปรับสภาพพื้นบ่อให้สะอาด
-ใส่ปูนขาว เพื่อปรับสภาพของดินโดยใส่ปูนขาวหรือโดโลไมท์ในอัตราส่วน 60-100 กิโลกรัมต่อไร่
-ใส่ปุ๋ยคอก ใช้ขี้วัวหรือขี้ไก่ก็ได้ เพื่อให้เกิดไรแดง อาหารตามธรรมชาติสำหรับลูกปลาในอัตราประมาณ 40-80 กิโลกรัมต่อ 1 ไร่

-ระบายน้ำเข้าบ่อโดยกรองไม่ให้ศัตรูของลูกปลาติดเข้ามากับน้ำให้ระดับน้ำลึก 30-40 เซนติเมตร หลังจากนั้นวันรุ่งขึ้นจึงปล่อยปลา และเพื่อให้ลูกปลามีอาหารกิน ควรเติมไรแดงในอัตราไร่ละประมาณ 5 กิโลกรัม เพื่อเป็นอาหารแก่ลูกปลาหลังจากนั้น จึงให้อาหารผสมแก่ลูกปลา ลูกปลาที่นำมาเลี้ยงควรดูว่ามีสภาพแข็งแรง การปล่อยลูกปลาลงบ่อเลี้ยงจะต้องปรับสภาพอุณหภูมิของน้ำในถุงและน้ำในบ่อเท่าๆกันก่อน วิธีการคือแช่ถุงบรรจุลูกปลาในน้ำประมาณ 20 นาที จึงปล่อยลูกปลา เวลาที่เหมาะสมในการปล่อยลูกปลาควรเป็นตอนเช้าหรือตอนเย็นก็ได้

ขั้นตอนในการเลี้ยง
-อัตราปล่อยปลาดุกบิ๊กอุย ลูกปลาขนาด 2-3 เซนติเมตร ควรปล่อยในอัตราประมาณ 40-100 ตัวต่อตารางเมตร ซึ่งขึ้นอยู่กับกรรมวิธีในการเลี้ยง คือชนิดของอาหารขนาดของบ่อและระบบการเปลี่ยนถ่ายน้ำปกติทั่วไป อัตราปล่อยเลี้ยงประมาณ 50 ตัวต่อตารางเมตร และเพื่อป้องกันโรคซึ่งอาจจะติดมากับลูกปลาใช้น้ำยาฟอร์มาลินใส่ในบ่อเลี้ยง อัตราความเข้มข้นประมาณ 30 ส่วนในล้านส่วน (3 ลิตรต่อน้ำ 100 ตัน) ในวันเดียวที่ปล่อยลูกปลาไม่จำเป็นต้องให้อาหารควรเริ่มให้อาหารในวันรุ่งขึ้น
-อัตราปล่อยปลาดุกบิ๊กอุย ลูกปลาขนาด 2-3 เซนติเมตร ควรปล่อยในอัตราประมาณ 40-100 ตัวต่อตารางเมตร ซึ่งขึ้นอยู่กับกรรมวิธีในการเลี้ยง คือชนิดของอาหารขนาดของบ่อและระบบการเปลี่ยนถ่ายน้ำปกติทั่วไป อัตราปล่อยเลี้ยงประมาณ 50 ตัวต่อตารางเมตร และเพื่อป้องกันโรคซึ่งอาจจะติดมากับลูกปลาใช้น้ำยาฟอร์มาลินใส่ในบ่อเลี้ยง อัตราความเข้มข้นประมาณ 30 ส่วนในล้านส่วน (3 ลิตรต่อน้ำ 100 ตัน) ในวันเดียวที่ปล่อยลูกปลาไม่จำเป็นต้องให้อาหารควรเริ่มให้อาหารในวันรุ่งขึ้น
.jpg)
- การให้อาหารปลา เมื่อปล่อยลูกปลาดุกบิ๊กอุยลงในบ่อดินแล้ว อาหารที่ให้ในช่วงที่ลูกปลาดุกมีขนาดเล็ก(2-3 เซนติเมตร) ควรให้อาหารผสมคลุกน้ำปั้นเป็นก้อนให้ลูกปลากินโดยให้กินวันละ 2 ครั้ง หว่านให้กินทั่วบ่อโดยเฉพาะในบริเวณขอบบ่อ เมื่อลูกปลามีขนาดโตขึ้น จนมีขนาดความยาวประมาณ 5-7 เซนติเมตร ขึ้นไปจะให้อาหารเม็ดเพียงอย่างเดียว หรืออาหารเสริมชนิดต่างๆได้ เช่นโครงกระดูกไก่ ไส้ไก่ เศษขนมปังทุกชนิด เศษเนื้อหมู-วัว เศษเส้นก๋วยเตี๋ยว หรือเศษอาหารต่างๆเท่าที่สามารถหาได้นำมาบดรวมกัน แล้วผสมให้ปลากิน แต่การให้อาหารปลาประเภทนี้จะต้องระวังเรื่องคุณภาพของบ่อดินที่เลี้ยงด้วย เมื่อเลี้ยงปลาได้ประมาณ 3-4 เดือน ปลาจะมีขนาด 250-500 กรัมต่อตัว ซึ่งผลผลิตที่ได้จะประมาณ 10-14 ตันต่อไร่ อัตรารอดตายประมาณ 60-70 เปอร์เซ็นต์

- การถ่ายเทน้ำ เมื่อตอนเริ่มเลี้ยงใหม่ๆ ระดับความลึกของน้ำในบ่อควรมีค่าประมาณ 30-40 เซนติเมตร เมื่อลูกปลาเจริญเติบโตขึ้นในเดือนแรกจึงเพิ่มระดับน้ำสูงเป็นประมาณ 50-60 เซนติเมตร หลังจากย่างเข้าเดือนที่สอง ควรเพิ่มระดับให้สูงขึ้น 10 เซนติเมตรต่ออาทิตย์ จนระดับน้ำในบ่อมีความลึก1.20-1.50 เมตร การถ่ายเทน้ำควรเริ่มตั้งแต่การเลี้ยงผ่านไปประมาณ 1 เดือน โดยถ่ายน้ำประมาณ 20 เปอร์เซ็นต์ ของน้ำในบ่อ 3 วันต่อครั้ง หรือถ้าน้ำในบ่อเริ่มเสียจะต้องถ่ายน้ำมากกว่าปกติ

- การป้องกันโรค การเกิดโรคของปลาดุกที่เลี้ยงมักเกิดจากปัญหาคุณภาพของน้ำที่เลี้ยงไม่ดี ซึ่งอาจเกิดจากการที่เราให้อาหารมากจนเกินไปจนเกินอาหารเหลือ และทำให้เน่าเสีย เราสามารถป้องกันไม่ให้เกิดโรคได้โดยต้องหมั่นสังเกตว่า เมื่อปลาหยุดกินอาหารจะต้องหยุดให้อาหารทันที เพราะเท่าที่สังเกตจะพบว่า ปลาดุกบิ๊กอุยมีนิสัยชอบกินอาหารที่ใหม่ แม้จะกินอิ่มแล้วถ้าให้อาหารใหม่อีกจะก็จะคายหรือสำรอกอาหารเก่าทิ้งและกินอาหารที่ให้ใหม่อีก ซึ่งปริมาณอาหารที่ให้ไม่ควรเกิน ร้อยละ 5 ของน้ำหนักตัวปลา

คุณขันทอง นอกจากจะเชี่ยวชาญด้านการเลี้ยงปลาแล้ว ยังได้แบ่งปันวิธีการป้องกันการเกิดโรคในปลาดุกและปลาสวายที่เลี้ยงให้กับทีมงานได้ศึกษา เป็นกรณี เช่น กรณีปลาเกิดอาการท้องอืด ปลาดุกหรือปลาสวายจะลอยว่ายขึ้นเหนือน้ำบริเวณผิวน้ำ การแก้ไขให้ใช้อาหารปลาผสมกับเกลือปริมาณดังนี้ อาหารปลา 5 กิโลกรัม เกลือ 2 ช้อนโต๊ะ
และนอกจากนั้นแล้วยังมียารักษาโรคสำหรับปลาที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน คือ ไซฟล็อกซีน 20 ใช้สำหรับป้องกันและรักษาโรคติดเชื้อในระบบทางเดินอาหาร สัตว์น้ำใช้ 3 กรัมต่ออาหาร 1 กิโลกรัม ผสมกันให้กินวันละ 2-3 มื้อ ติดต่อกัน 5 วัน
และนอกจากนั้นแล้วยังมียารักษาโรคสำหรับปลาที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน คือ ไซฟล็อกซีน 20 ใช้สำหรับป้องกันและรักษาโรคติดเชื้อในระบบทางเดินอาหาร สัตว์น้ำใช้ 3 กรัมต่ออาหาร 1 กิโลกรัม ผสมกันให้กินวันละ 2-3 มื้อ ติดต่อกัน 5 วัน

การป้องกันการเกิดโรคในปลาดุกลูกผสมที่เลี้ยง
คุณขันทองได้ให้ข้อคิดเพิ่มเติมกับทางทีมงานฯ จากเอกสารประกอบการเรียนของเกษตรกร โครงการศูนย์เรียนรู้ เศรษฐกิจพอเพียงชุมชนปี 2551 ดังนี้
-ควรเตรียมบ่อและน้ำตามวิธีการที่เหมาะสมก่อนปล่อยลูกปลา
-ซื้อพันธุ์ปลามาจากแหล่งที่เชื่อถือได้ว่า แข็งแรง และปราศจากโรค
-หมั่นตรวจดูอาการของปลาอย่าสม่ำเสมอ ถ้าเห็นอาการผิดปกติต้องรีบหา สาเหตุและแก้ไขโดยเร็ว
-หลังจากปล่อยปลาลงเลี้ยงแล้ว 3-4 วัน ควรสาดน้ำฟอร์มาลินในอัตรา 4-5 ลิตรต่อปริมาณน้ำ 100 ตัน
-เปลี่ยนถ่ายน้ำจากระดับพื้นบ่ออย่างสม่ำเสมอ
-อย่าให้อาหารจนเหลือ
คุณขันทองได้ให้ข้อคิดเพิ่มเติมกับทางทีมงานฯ จากเอกสารประกอบการเรียนของเกษตรกร โครงการศูนย์เรียนรู้ เศรษฐกิจพอเพียงชุมชนปี 2551 ดังนี้
-ควรเตรียมบ่อและน้ำตามวิธีการที่เหมาะสมก่อนปล่อยลูกปลา
-ซื้อพันธุ์ปลามาจากแหล่งที่เชื่อถือได้ว่า แข็งแรง และปราศจากโรค
-หมั่นตรวจดูอาการของปลาอย่าสม่ำเสมอ ถ้าเห็นอาการผิดปกติต้องรีบหา สาเหตุและแก้ไขโดยเร็ว
-หลังจากปล่อยปลาลงเลี้ยงแล้ว 3-4 วัน ควรสาดน้ำฟอร์มาลินในอัตรา 4-5 ลิตรต่อปริมาณน้ำ 100 ตัน
-เปลี่ยนถ่ายน้ำจากระดับพื้นบ่ออย่างสม่ำเสมอ
-อย่าให้อาหารจนเหลือ
แหล่งที่มาของข้อมูล :
คุณขันทอง จันเดียว
ที่อยู่ : หมู่ที่4 ตำบลป่าซาง อำเภอเวียงเชียงรุ้ง จังหวัดเชียงราย
การเลี้ยงปลาดุก
Reviewed by ข่าว5มิติ
on
มีนาคม 04, 2562
Rating: 5
ไม่มีความคิดเห็น